วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่

เรื่องนี้ เราคิดว่าเพื่อนบางคนอาจรู้จักมาบ้างแล้ว แต่ลองมาอ่านแบบเต็มๆกันนะ
เรื่อง ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่
ครั้งหนึ่งเมื่อหลายร้อยปีมาแล้วที่บ้านตาดทอง ในฤดูฝนมีการเตรียมปักดำกล้าข้าวทุกครอบครัวจะออกไปไถนาเตรียมการเพราะปลูก ครอบครัวของชายหนุ่มคนหนึ่งกำพร้าพ่อ ไม่ปรากฏชื่อหลักฐาน ก็ออกไปปฏิบัติภารกิจเช่นเดียวกัน
วันหนึ่งเขาไถนาอยู่นานจนสาย ตะวันขึ้นสูงแล้วรู้สึกเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียมากกว่าปกติ และหิวข้าวมากกว่าทุกวัน ปกติแล้วแม่ผู้ชราจะมาส่งก่องข้าวให้ทุกวัน แต่วันนี้กลับมาช้าผิดปกติ
เขาจึงหยุดไถนาเข้าพักผ่อนอยู่ใต้ต้นไม้ ปล่อยเจ้าทุยไปกินหญ้าสายตาเหม่อมองไปทางบ้าน รอคอยแม่ที่จะมาส่งข้าวตามเวลาที่ควรจะมา ด้วยความรู้สึกกระวนกระวายใจยิ่งสายตะวันขึ้นสูงแดดยิ่งร้อนความหิวกระหายยิ่งทวีคูณขึ้น
ทันใดนั้นเขามองเห็นแม่เดินเลียบมาตามคันนาพร้อมก่องข้าวน้อยๆ ห้อยต่องแต่งอยู่บนเสาแหรกคาน เขารู้สึกไม่พอใจที่แม่เอาก่องข้าวน้อยนั้นมาช้ามาก ด้วยความหิวกระหายจนตาลาย อารมณ์พลุ่งพล่าน เขาคิดว่าข้าวในก่องข้าวน้อยนั้นคงกินไม่อิ่มเป็นแน่ จึงเอ่ยต่อว่าแม่ของตนว่า
"ทำไมถึงมาช้านัก แล้วก่องข้าวก็น้อยแค่นี้ จะกินอิ่มหรือ"ผู้เป็นแม่เอ่ยปากตอบลูกว่า "ถึงก่องข้าวจะน้อยก็น้อยต้อนแต้นแน่นในดอกลูกเอ๋ย ลองกินเบิ่งก่อน"
ความหิว ความเหน็ดเหนื่อย ความโมโห หูอื้อตาลาย ไม่ยอมฟังเสียงใดๆ เกิดบันดาลโทสะอย่างแรงกล้า คว้าได้ไม้แอกน้อยเข้าตีแม่ที่แก่ชราจนล้มลงแล้วก็เดินไปกินข้าว กินข้าวจนอิ่มแล้วแต่ข้าวยังไม่หมดกล่อง จึงรู้สึกผิดชอบชั่วดี รีบวิ่งไปดูอาการของแม่และเข้าสวมกอดแม่
อนิจจา
แม่สิ้นใจไปเสียแล้ว..
ชายหนุ่มร้อยไห้โฮ สำนึกผิดที่ฆ่าแม่ของตนเองด้วยอารมณ์เพียงชั้ววูบ ไม่รู้จะทำประการใดดี จึงเข้ากราบนมัสการสมภารวัดเล่าเรื่องให้ท่านฟังโดยละเอียด
สมภารสอนว่า
"การฆ่าบิดามารดาผู้บังเกิดเกล้าของตนเองนั้นเป็นบาปหนัก เป็นมาตุฆาต ต้องตกนรกอเวจีตายแล้วไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเป็นคนอีก มีทางเดียวจะให้บาปเบาลงได้ก็ด้วยการสร้างธาตุก่อกวมกระดูกแม่ไว้ ให้สูงเท่านกเขาเหิน จะได้เป็นการไถ่บาปหนักให้เป็นเบาลงได้บ้าง"
เมื่อชายหนุ่มปลงศพแม่แล้ว ขอร้องชักชวนญาติมิตรชาวบ้านช่วยกันปั้นอิฐก่อเป็นธาตุเจดีย์บรรจุอัฐิแม่ไว้ จึงให้ชื่อว่า "ธาตุก่องข้าวน้อยฆ่าแม่" จนตราบทุกวันนี้
ทุกวันนี้มีผู้มากราบธาตุก่องข้าวน้อยฯทุกวันเพื่อขอขมาลาโทษเหมือนเป็นการไถ่บาปที่ทำให้พ่อแม่เสียใจ บางคนเมื่อมีลูกแล้วถึงรู้ว่าบุญคุณแม่มากสุดเหลือคณานับ เพิ่งรู้ว่าเลี้ยงดูลูกนั้นยากหนักหนาขนาดไหน จึงมาสำนึกที่ทำให้แม่ต้องเสียใจ บ้างก็มากราบไหว้เพื่อรำลึกถึงบุญคุณแม่

3 ความคิดเห็น:

ป้าสมศรี กล่าวว่า...

จริงค่ะ ป้าเห็นด้วย เคยได้ยินนิทานเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว แม่ของป้าเคยเล่าให้ฟัง ----อย่าทำให้พ่อแม่เสียใจนะคะทุกคน------

B3N กล่าวว่า...

สวัสดีพลอย....

เห็นรูปที่ import มาจากอุดรแล้วแหละ แหะๆ

เราเพิ่งไปอุดรมาเมื่อเดือนพฤศจิที่ผ่านมาเอง ไปทำบุญวัดป่าบ้านตาดอะ แต่ไปวันเดียวกลับ (เหนื่อยจริงๆ)

CooKie* กล่าวว่า...

หวาดดีๆ ฮะๆ มาอัพบ่อยๆ นะพลอย

เออ นิ รุเป่า เรื่องกล่องข้าวน้อยฆ่าเเม่ง่ะ

เค้าเขียนตอนสอบนักธรรมตรีปรที่เเล้วล่ะ ฮะๆ

เเบบ เห็นเเล้วนึกถึง งิงิ ตอนนี้เป้นไงบ้าง

กลับบ้านมาเเล้วง่ะดิ เอาของฝากมา งิงิล้อเล่นๆ

ตอนนี้เค้ากะอยู่บ้าน อยู่เลย ใช่ชีวิตเลื่อยเปื่อย หุหุ

กะดีนะ ไม่อยากได้ ถึงวันเรียนพิเศษเลยง่ะ เบื่อ !!

เเต่อยู่ว่างๆ กะไม่มีอะไรทามเเต่มีความสุขดี

อ่านการ์ตูนเก่าง่ะ ฮะๆ >_____________< คิดถึงๆ




ปล. ทำไม เบน มันเข้ามาเม้นก่อนเค้าทุกทีว่ะ เเงก><
เเล้วเจอกันนะ อย่างน้อยกะมันที่ 15-16 มีค. น้า